Chapter 3 วิธีการเริ่มเทรดด้วย Carry Trade
การทำ Carry Trade ซื้อขายสกุลเงินมีสองช่องทางในการทำกำไร (อัตราแลกเปลี่ยนและส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ย) แต่สิ่งสำคัญคือต้องจัดการความเสี่ยง เนื่องจากความสูญเสียอาจเกิดขึ้นได้ เมื่อคู่สกุลเงินมีการเคลื่อนไหวในทิศทางแตกต่างกับผู้ค้าหรือส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยลดลง
การทำ Carry Trade ใช้กลยุทธ์ "buy-and hold" ดังนั้น เมื่อทำการเทรด จึงต้องใช้ความอดทนอย่างมากและแม้กระทั่งต้องมีวินัย
ขั้นตอนที่ 1 เลือกสกุลเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงและหนึ่งสกุลเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำ
ยิ่งความแตกต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างสองสกุลเงินยิ่งสูง ยิ่งมีโอกาสได้รับดอกเบี้ยมากขึ้น
นอกจากนี้ คุณต้องจำไว้ว่าเนื่องจากสกุลเงินเป็นเครื่องมือที่ใช้เลเวอเรจ ทุกครั้งที่คุณเปิดล็อตมาตรฐานหนึ่งล็อต คุณมักจะยืมเงินจากโบรกเกอร์ของคุณ หากคุณต้องการเพิ่มประสิทธิภาพกลยุทธ์ Carry Trade ที่ดีที่สุด คุณต้องเลือกโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ที่เสนออัตรา Swap ที่น่าดึงดูดที่สุดให้คุณ
ขั้นตอนที่ 2 แนวโน้มทางเทคนิคจำเป็นต้องยืนยันทิศทางการค้าที่เป็นขาขึ้น
การเทรด Forex ที่ประสบความสำเร็จนั้นขึ้นอยู่กับคู่สกุลเงินที่มีแนวโน้มขาขึ้น (Target Currency/Funding Currency) สำหรับการเทรดที่มีความน่าจะเป็นที่สูงขึ้น เทรดเดอร์ควรมองหาจุดเริ่มต้นในทิศทางของแนวโน้มขาขึ้นและควรป้องกันความเสี่ยงด้านลบโดยใช้เทคนิคการจัดการความเสี่ยงที่ชาญฉลาด
ขั้นตอนที่ 3 เมื่อใดควรทำกำไรจาก Carry Trade และวิธีจัดการความเสี่ยง
ประการแรกเลย การทำ Carry Trade ทำได้ดีที่สุดในสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยง กล่าวอีกนัยหนึ่ง นักลงทุนต้องมองหาความรู้สึกหรืออารมณ์ในตลาดที่ผู้คนยอมที่จะรับความเสี่ยงเพื่อทำกำไรมากขึ้น
ส่วนแนวคิดนั้นก็คือ หากตลาดอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นหรือราคากำลังขยับขึ้น ก็ถือว่าอยู่ในสภาวะแวดล้อมที่มีความเสี่ยงสูง ในทางกลับกัน เมื่อตลาดขาลง ถือว่าอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยหรือตลาดที่มีความผันผวนต่ำและนักลงทุนจะขายสินทรัพย์เสี่ยง ซึ่งในกรณีนี้ Carry Trade จะไม่ทำงาน
กลยุทธ์การซื้อขาย Carry Trade
>> Buy and Hold - ถือสัญญาหนึ่งชุดหรือมากกว่าหนึ่งชุดในการเทรดระยะยาว
>> Tactical - ทำการเทรดในระยะสั้นเพื่อได้กำไรจากส่วนต่างของดอกเ
Report